ผู้สูงอายุถูกหลอกง่ายหรือไม่? รู้จักกลโกงทั่วไป การป้องกัน สายด่วน 165 และการอายัดบัญชีเตือนภัย
ผู้สูงอายุมักอยู่บ้านตามลำพัง รับสายโทรศัพท์จากคนแปลกหน้า และได้รับข้อมูลป้องกันการหลอกลวงน้อย จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มิจฉาชีพกำหนดเป้าหมาย ตามสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี 111 (พ.ศ. 2565) มีคดีหลอกลวงผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปทั่วประเทศกว่า 4,000 คดี เฉลี่ยวันละกว่า 11 คดี หากพบเหตุต้องสงสัย ให้โทรแจ้งสายด่วน 165 หรือ 110 ทันที ธนาคารมีกลไกบัญชีเตือนภัยเพื่อช่วยอายัดเงินที่โอนออกไป
ทำไมผู้สูงอายุถึงตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวง? ข้อมูลทางการบอกว่าอย่างไร
ตามข้อมูลจากสถานีวิทยุตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณสภานิติบัญญัติ:
- ในปี 111 (พ.ศ. 2565) มีคดีหลอกลวงผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 4,167 คดี เฉลี่ยวันละประมาณ 11.4 คดี; ในจำนวนนี้ การหลอกลวงลงทุนปลอมคิดเป็นกว่า 25% (กว่า 1,066 คดี โดยการลงทุนในสินค้าเฉพาะ เช่น 'โกศอัฐิ' เป็นกลลวงที่ทางการระบุว่ากำหนดเป้าหมายกลุ่มอายุนี้), การแอบอ้างเป็นญาติหรือคนรู้จักในรูปแบบ 'ทายซิว่าใคร' คิดเป็นกว่า 22% (กว่า 900 คดี), และการแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการ (ตำรวจ/อัยการ) เพื่อควบคุมบัญชีก็เป็นประเภทหลักเช่นกัน
- ตามรายงานประเมินงบประมาณกลางปี 114 ของสำนักงบประมาณสภานิติบัญญัติ ระหว่างปี 2021-2022 จำนวนผู้เสียหายอายุ 60-69 ปีเพิ่มขึ้น 42.88% และผู้เสียหายอายุ 70 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น 43.62% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มของคดีหลอกลวงโดยรวมของประเทศที่ 52.98% เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มอายุเดียวกัน
- ข้อมูลข้างต้นเป็นสถิติรายอายุล่าสุดที่หน่วยงานตำรวจสามารถอ้างอิงได้ โดยมีปีระบุชัดเจน (ปี 111/พ.ศ. 2565) เว็บไซต์นี้ไม่พบข้อมูลรายอายุหลังปี 2566 ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานกลาง หากต้องการสถิติล่าสุด กรุณาติดต่อสายด่วน 165 หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กลโกงทั่วไปที่กำหนดเป้าหมายผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง?
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์รู้ทันกลโกงของสำนักงานตำรวจนครบาลไทเป และสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ:
- การหลอกลวงแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการ (ตำรวจ/อัยการ): โทรศัพท์แอบอ้างเป็นตำรวจ อัยการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างว่าผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับคดีอาญาหรือบัญชีถูกโจรกรรม ขอให้ 'ร่วมมือควบคุมบัญชี' หรือโอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ — สำนักงานตำรวจนครบาลไทเประบุชัดเจนว่ากลโกงนี้มักกำหนดเป้าหมาย 'ผู้สูงอายุในช่วงเวลากลางคืน'
- รูปแบบ 'ทายซิว่าใคร': โทรศัพท์แอบอ้างเป็นญาติหรือคนรู้จักที่ไม่ได้ติดต่อนาน อ้างว่าต้องการยืมเงินด่วน ใช้ประโยชน์จากความไม่แน่ใจในการจำเสียงและความผูกพันเก่า
- การหลอกลวงยกเลิกการผ่อนชำระผ่านตู้ ATM: แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าหรือพนักงานธนาคาร อ้างว่าบัญชีผู้สูงอายุถูกตั้งค่าผิดเป็นการผ่อนชำระรายงวด แล้วพาไปที่ตู้ ATM เพื่อ 'ยกเลิกการตั้งค่า' ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการทำให้โอนเงิน
- การหลอกลวงลงทุนปลอม: รู้จักผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปหาคู่ แล้วใช้กลยุทธ์ 'ช่องทางภายใน' 'ไม่มีขาดทุน' ชักชวน ให้ผลตอบแทนเล็กน้อยในช่วงแรกเพื่อสร้างความเชื่อใจ แล้วขัดขวางการถอนเงินด้วยข้ออ้างต่างๆ — ตามสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลยุทธ์การลงทุนในสินค้าเฉพาะ (เช่น โกศอัฐิ) เป็นรูปแบบที่กำหนดเป้าหมายผู้สูงอายุ
- การหลอกลวงทั่วไป เช่น การซื้อของปลอม การหาคู่ปลอม: ล่อลวงด้วยสินค้าราคาถูกหรือความสัมพันธ์ทางอารมณ์ ให้โอนเงินส่วนตัวหรือซื้อบัตรเติมเงิน ผู้สูงอายุที่ใช้อีคอมเมิร์ซน้อยอาจแยกแยะความผิดปกติได้ยาก
เมื่อพบสิ่งผิดปกติจะขอความช่วยเหลือได้อย่างไร? 165, 110 และการแจ้งความออนไลน์
ตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ:
- สายด่วนปรึกษาป้องกันการหลอกลวง 165 จัดตั้งโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทรจากโทรศัพท์บ้านไม่เสียค่าใช้จ่าย; โทรจากมือถือ ผู้ใช้ AIS ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ใช้เครือข่ายอื่นเสียค่าบริการนาทีละ 1 บาทไต้หวันใหม่
- นอกจากสายโทรศัพท์แล้ว 165 ยังมีช่องทางแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ (สามารถกรอกข้อมูลออนไลน์ก่อนแล้วไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้านเพื่อดำเนินการให้เสร็จ), LINE official account (@tw165), Facebook (165 หน้าปัดวัดการหลอกลวง / 165 รณรงค์ป้องกันการหลอกลวง), แอป 'บริการตำรวจ', และเว็บไซต์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (cib.npa.gov.tw) รวม 5 ช่องทาง ไม่จำเป็นต้องโทรศัพท์เท่านั้น
- 110 เป็นสายด่วนแจ้งเหตุทั่วไปและช่วยเหลือฉุกเฉิน ใช้ในกรณีที่มีอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินทันทีและต้องการให้ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ส่วน 165 เป็นสายด่วนเฉพาะสำหรับให้คำปรึกษาและแจ้งความเกี่ยวกับคดีหลอกลวง ทั้งสองมีลักษณะบริการต่างกัน หากมีอันตรายทันทีควรโทร 110 ก่อน
- หากได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าบัตรประกันสุขภาพจะถูกระงับและขอข้อมูลส่วนตัว กระทรวงสาธารณสุขเตือนว่าอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด และมีสายด่วนตรวจสอบ 0800-030598 สำหรับให้ประชาชนสอบถามความจริงของสายเรียกเข้า
จะทำอย่างไรถ้าโอนเงินไปแล้ว? กลไกระงับบัญชีเตือนภัยและคืนเงิน
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ความรู้ทางการเงินของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์:
- เมื่อพบว่าถูกหลอกควรรีบโทร 165 หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยเร็ว เพื่อให้ตำรวจประสานธนาคารผู้รับแจ้งให้บัญชีนั้นเป็นบัญชีเตือนภัย ระงับการใช้งานบัญชีเงินฝากและบัญชีที่กำหนดให้โอนเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เงินถูกถอนต่อไป
- เมื่อสถาบันการเงินยืนยันว่าบัญชีเตือนภัยมีเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้ามาและยังไม่ถูกถอน (หรือโอนออก) ควรประสานขอข้อมูลสรุปการแจ้งความจากตำรวจ ธนาคารผู้รับจะพิจารณาคืนเงินตามข้อมูลการแจ้งความทีละรายการ
- ผู้เสียหายที่ยื่นขอคืนเงินต้องมีใบแจ้งความ (สามใบ) จากตำรวจและลงนามในหนังสือรับรอง ไม่ใช่แค่แจ้งความแล้วจะได้เงินคืนอัตโนมัติ และจำกัดเฉพาะเงินที่ 'ยังไม่ถูกถอนหรือโอนออก' ในบัญชีเท่านั้น ส่วนที่ถูกถอนหรือโอนออกไปแล้ว การคืนเงินขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม
- หน้าเว็บความรู้ทางการเงินเตือนประชาชนอย่าโอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่รู้จักอย่างเร่งรีบตามคำแนะนำทางโทรศัพท์หรือข้อความ สายเรียกเข้าที่ขอให้ 'โอนเงินเพื่อยืนยันตัวตน' หรือ 'ยกเลิกการผ่อนชำระ' ควรตรวจสอบผ่าน 165 หรือสายด่วนบริการลูกค้าของสถาบันนั้นก่อนดำเนินการ
ธนาคารและระบบมีมาตรการคุ้มครองลูกค้าสูงอายุอย่างไร? ครอบครัวสามารถช่วยป้องกันได้อย่างไร?
ตามข้อมูลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์:
- ในปี 111 (ค.ศ. 2022) คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินได้อนุมัติ 'ข้อบังคับการปฏิบัติต่อลูกค้าสูงอายุอย่างเป็นธรรมของธนาคาร' ซึ่งกำหนดให้ธนาคาร 'กำหนดมาตรการคุ้มครองพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ในการตอบสนองต่อธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติของลูกค้าสูงอายุ' โดยพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารต้องสอบถามอย่างกระตือรือร้นตามข้อบังคับเมื่อลูกค้าสูงอายุทำธุรกรรมจำนวนมากหรือผิดปกติ
- ก.ล.ต. ยังมี 'กลไกเตือนภัยบัญชีต่างประเทศที่น่าสงสัย' ข้ามธนาคาร สำหรับการโอนเงินข้ามประเทศที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง หากลูกค้าสูงอายุหรือครอบครัวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการหน้าร้านของธนาคาร สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน 1998 ของ ก.ล.ต. หรือศูนย์ชี้ขาดข้อพิพาททางการเงิน 0800-789-885
- คำเตือนของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการหลอกลวงแอบอ้างชื่อประกันสุขภาพใช้ได้กับการหลอกลวงทางโทรศัพท์อื่นๆ ด้วย: เตือนผู้สูงอายุในบ้านว่า เมื่อได้รับโทรศัพท์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือทำตามคำแนะนำให้ใช้ตู้ ATM หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หากสงสัยให้วางสายก่อนแล้วตรวจสอบด้วยตนเอง
- กลไกทรัสต์เพื่อการดูแลผู้สูงอายุ (การมอบทรัพย์สินให้ธนาคารผู้ดูแล ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์) ที่แนะนำในหน้า 'การเงิน บำนาญ และทรัสต์สำหรับวัยเกษียณ' ของเว็บไซต์นี้ ตามรายงานของสำนักงบประมาณสภานิติบัญญัติ สถาบันการเงินในระยะหลังได้ส่งเสริมทรัสต์เพื่อการดูแลผู้สูงอายุผ่านการศึกษาเรื่องทรัสต์ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยผู้สูงอายุรักษาทรัพย์สิน ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือการนำไปใช้โดยมิชอบของญาติ ซึ่งไม่ซ้ำกับเนื้อหาในหน้านี้ สามารถดูเพิ่มเติมได้
คำถามที่พบบ่อย
ได้รับโทรศัพท์จากคนที่อ้างว่าเป็นญาติหรือเพื่อน ขอยืมเงินด่วน ควรตรวจสอบอย่างไรว่าเป็นการหลอกลวง?
ตามสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแอบอ้างเป็นญาติหรือเพื่อนในรูปแบบ 'ทายซิว่าใคร' เป็นกลโกงทั่วไปที่กำหนดเป้าหมายผู้สูงอายุ แนะนำให้วางสายก่อน แล้วติดต่อบุคคลนั้นโดยตรงผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่รู้จักหรือช่องทางอื่นเพื่อยืนยัน อย่าโอนเงินตามบัญชีหรือช่องทางที่ให้มาในสาย หากสงสัยสามารถโทรปรึกษาสายด่วน 165
การโทรสายด่วน 165 ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่?
การโทรจากโทรศัพท์บ้านไป 165 ไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้ AIS ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ใช้เครือข่ายอื่นเสียค่าบริการนาทีละ 1 บาทไต้หวันใหม่ นอกจากโทรศัพท์แล้ว 165 ยังมีช่องทางแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์, LINE official account (@tw165) เป็นต้น
โอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว มีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่สามารถคืนได้ทั้งหมดเสมอไป ควรรีบโทร 165 หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยเร็ว เพื่อให้ตำรวจประสานธนาคารแจ้งให้บัญชีผู้รับเป็นบัญชีเตือนภัยและอายัดเงิน หากเงินในบัญชียังไม่ถูกถอนหรือโอนออก สามารถยื่นขอคืนเงินจากธนาคารโดยใช้ใบแจ้งความและหนังสือรับรอง แต่ส่วนที่ถูกถอนหรือโอนออกไปแล้ว การติดตามคืนขึ้นอยู่กับผลของกระบวนการยุติธรรม
165 และ 110 ต่างกันอย่างไร ควรโทรสายไหน?
110 เป็นสายด่วนแจ้งเหตุทั่วไปและช่วยเหลือฉุกเฉิน ใช้ในกรณีที่มีอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินทันทีและต้องการให้ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ส่วน 165 เป็นสายด่วนเฉพาะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำหรับให้คำปรึกษาและแจ้งความเกี่ยวกับคดีหลอกลวง หากสถานการณ์ฉุกเฉินมีอันตรายทันที ควรโทร 110 ก่อน สำหรับข้อสงสัยทั่วไปหรือแจ้งความเกี่ยวกับการหลอกลวงสามารถโทร 165
ธนาคารมีกลไกคุ้มครองพิเศษสำหรับลูกค้าสูงอายุในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือไม่?
มี ตาม 'ข้อบังคับการปฏิบัติต่อลูกค้าสูงอายุอย่างเป็นธรรมของธนาคาร' ที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติในปี 111 ธนาคารต้องกำหนดมาตรการป้องกันสำหรับพนักงานหน้าร้านในการจัดการกับธุรกรรมที่ผิดปกติของลูกค้าสูงอายุ พนักงานควรสอบถามด้วยความใส่ใจเมื่อพบธุรกรรมจำนวนมากหรือผิดปกติ นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีกลไกเตือนภัยบัญชีต่างประเทศที่น่าสงสัยข้ามธนาคาร หากลูกค้าสูงอายุหรือครอบครัวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการธนาคาร สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 1998 ของ ก.ล.ต. หรือศูนย์ชี้ขาดข้อพิพาททางการเงิน 0800-789-885
ผู้สูงอายุได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า 'บัตรประกันสุขภาพจะถูกระงับ' และขอข้อมูลส่วนตัว ควรทำอย่างไร?
ตามคำเตือนของกระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวง ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือทำตามคำแนะนำเด็ดขาด กระทรวงสาธารณสุขมีสายด่วนตรวจสอบ 0800-030598 สามารถโทรสอบถามความจริงของสายเรียกเข้าได้ นอกจากนี้ควรเตือนผู้สูงอายุในบ้านว่า หน่วยงานราชการโดยทั่วไปจะไม่โทรศัพท์ขอข้อมูลส่วนตัวหรือให้ทำธุรกรรมผ่านตู้ ATM หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งเพื่อ 'ยืนยันตัวตน'
· หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย ภาษี หรือการเข้าพัก กฎระเบียบและบริการที่แท้จริง โปรดยึดตามประกาศของหน่วยงานที่รับผิดชอบและคำอธิบายของแต่ละสถานที่